เมื่อวานมีพัสดุมาส่งถึงหน้าบ้าน…ดีนะที่โดดงานอยู่กับบ้าน ..ได้เป็นคนเซ็นรับเอง ดีกว่าให้คนอื่นในบ้านรับแล้วต้องนั่งตอบคำถามอีกมากมาย เพราะชื่อและที่อยู่คนส่งมามันก็ชัดเจนว่าเป็นใคร และเคยเป็นใคร..
..ในซองพัสดุสีน้ำตาลมีหนังสืออยู่หนึ่งเล่ม ชื่อว่า club friday เนื้อหาในหนังสือก็คือ เป็นเรื่องของดีเจกรีนเวฟ สองคนที่จัดรายการแล้วเอาเรื่องเล่าจากคนที่โทรเข้ามาในรายการ มาเขียนใส่มุมมองแล้วมาเล่าในหนังสือ ..ทุกเรื่องเป็นเรื่องของความรัก ในหลายแง่หลายมุม
..หนังสือถูกคั่นด้วยที่คั่นหนังสือ ..ตรงหน้าที่มีชื่อว่า..”ถ่านไฟเก่า”
..พลิกไปพลิกมาอ่านผ่านๆในบทนั้น และพลิกกลับมาหน้าแรกๆเจอกระดาษใบเล็กมันเป็นจดหมายน้อยที่เธอเขียนด้วยลายมือแทรกเข้ามาเพื่อบอกข่าวของเธอและถามสารทุกข์สุขดิบของผม..
นานมาแล้วผมรู้จักกับคนๆหนึ่งและรู้จักกัน ไปเจอกัน ..และจากกันไปอย่างเงียบๆในเวลาต่อมา โดยเธอเลือกที่จะเป็นคนหายไปเองก่อนที่ผมจะรู้ตัว และผมไม่รู้ไม่ได้ยินข่าวเธออีกเลย
เวลาผ่านไป-บางคืนผมก็ลองออกหาเธอในโลกอินเตอร์เน็ท เผื่อจะเจอชื่อเธออยู่ในข่าวใดข่าวหนึ่งอย่างน้อยๆก็ทำให้ผมสบายใจได้ว่าทุกอย่างของเธอยังปกติ..แต่ผมก็ไม่เคยเจอเลย
เวลาผ่านไปอีกครั้ง-MSN – ขณะที่ผมกำลังนั่งคุยกับเพื่อนผ่านMSNมีคนแอดผมเข้าทั้งๆที่ผมไม่เคยไปทิ้งเมลที่ไหน ผมจึงไต่ถาม / เธอเป็นนักศึกษา ม.ช. / ผมรู้จัก ม.ช. แต่ผมไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวกับเธอคนที่แอด แต่เคยรู้จักกับอีกคนที่อยู่ ม.ช เช่นกัน / เธอบอกผมว่า เห็นชื่อและอีเมล์ผมในสมุดบันทึกที่เพิ่งได้มากจากรุ่นพี่ของเธอ / ต่อมาผมจึงได้พูดคุยและได้รู้ว่า”เธอ” ผู้เป็นรุ่นพี่และเจ้าของหนังสือ Club friday เล่มนี้สบายดีแต่กำลังมีปัญหากับความรักในขณะนั้น / เธอถามผม / ผมบอกว่าไม่เคยโกรธ ผมเข้าใจ /เหตุผล : ไม่รู้จะโกรธไปทำไม คนเราก็เท่านี้ แต่ให้กลับไป ..ผมไม่กลับไปอีกแล้ว /
…ในจดหมายน้อยที่แทรกเข้ามา เธอก็ระบายถึงความเหงา ไม่มีใคร ..รู้สึกแย่ที่ไม่มีใคร [...]
ประวัติเอกสารสำหรับ พฤศจิกายน, 2006
พัสดุสีน้ำตาล
Posted in talk on พฤศจิกายน 30, 2006 | Leave a Comment »
01life-light-right
Posted in inspiration on พฤศจิกายน 25, 2006 | Leave a Comment »
แรกเริ่มเดิมทีความตั้งใจแรกที่ผมคิดเปิดเว็บนี้ขึ้นมา ก็เพื่อบันทึกประสบการณ์ที่ได้พูดคุยหรือการที่ได้รู้จักบุคคลที่ไม่จำเป็นต้องเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือมีคุณสมบัติอะไรมากนัก ผมต้องการให้เป็นบันทึกเล่าเรื่องราวของคนเล็กๆในโลกใบใหญ่ที่มีความสามารถหรือมีความคิดหรือการกระทำใดๆที่สร้างแรงบันดาลใจจากคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่งโดยไม่ต้องพึ่งพาการประชาสัมพันธ์ใหญ่โตเหมือนคนดังๆที่สังคมนับหน้าถือตาที่พยามเพิ่มมูลค่าให้ตัวเองโดยการออกสื่อ ซึ่งตามความคิดผมแล้วโอกาสของคนกลุ่มนี้นั้นมีมากซะจนทำให้คนรับสารแทบจะสำรอกออกมาเป็นชีวประวัติและก๊อบปี้ที่ถูกคิดขึ้นมาเก๋ไก๋และสวยหรูเกินความจำเป็น …แล้วมันก็ยังทำให้โลกนี้กว้างเกินไปเพราะมีเพียงคนไม่กี่คนที่ถูกพูดถึงแต่ตรงกันข้ามมันก็ดูแคบเกินไปที่ทำให้คนไม่กี่คนรู้จักและจับมือกันเองและวนเวียนอยู่อย่างนั้น
แต่เมื่อเวลาผ่านไป 2 สัปดาห์ 3สัปดาห์ ผมจึงค้นพบว่า เป็นการยากที่ผมจะได้เจอคนเล็กๆอย่างที่ผมตั้งใจไว้ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะผมเองยังไม่ได้เดินเข้าไปหาพวกเขา หรือในทางกลับกันคนเล็กๆเหล่านั้นก็ยังหาผมไม่เจอเช่นกันทำให้บล็อกนี้เว้นว่างไปนานจนกระทั่งวันนี้ผมตัดสินใจที่จะเขียนถึง”งาน” ของบุคคลที่ตรงกับโจทย์ที่วางไว้แต่แรก
http://photomind.wordpress.com/ คือเว็บไซต์ส่วนตัวของช่างภาพคนหนึ่งซึ่งเป็นช่างภาพที่ผมกล้าบอกได้ว่านี่คือมืออาชีพของจริง!!! จริงทั้งความคิด จริงทั้งขั้นตอนและคุณภาพเนื้องาน ที่สำคัญ”จริง”ในความเป็นตัวตนของเจ้าของงาน เขาชื่อ ต้อม จันทร์กลาง กันทอง ทำไมผมถึงกล้าการันตีถึงปานนี้ทั้งๆที่ไม่ได้ไม่นั่งสัมภาษณ์เป็นจริงๆเป็นจัง (หากจะว่าไป ภาพของเขานั่นแหละที่คือบทสัมภาษณ์ที่ดีที่สุด) ก็เพราะผมได้สังเกตุเห็นเบื้องหลังการทำงาน ได้พูดคุย เห็นรสนิยม เห็นถึงความคิด เห็นกิจกรรมที่นอกเหนือการถ่ายภาพของผู้ชายคนนี้มากว่าสองปีตั้งแต่ผมเดินเข้ามาทำงานใหม่ๆ ได้ทำงานในห้องเดียวกันใต้ชายคาสื่อใหญ่ที่ละเอียดในการผลิตงานแต่โลว์เทคโนโลยีเมื่อเทียบกับมวยสื่อรุ่นเดียวกันที่มีพร้อมกว่า ฉนั้นอย่าหาว่าผมเชียร์คนกันเอง เพราะผลงานระดับนี้หากไม่เรียกว่านี่คือผลของฝีมือและการแสดงตัวตน ผมเองก็ไม่รู้จะนิยามอะไรให้เหมาะกว่านี้
สำหรับผมแล้วช่างภาพคือนักเล่าเรื่องและนักสังเกตุการณ์ในอีกรูปแบบหนึ่ง หากคุณดูรูปแล้วบอกได้แค่เพียงว่า สวย – ดูดี แต่ไม่มีอะไรติดค้างในสมองเลยนั่นก็ถือว่าภาพนั้นยังคงเป็นงานระดับนักศึกษาล่าเกรด เพราะในยุคที่เอะอะก็ดิจิตอลแบบนี้เรามีเครื่องมือช่วยให้สวยงามได้ง่ายดายและมากพอจนความสวยไม่ใช่ประเด็นที่จะนำมาตัดสินคุณค่าอีกต่อไป แต่ต้องมาวัดกันที่เนื้อหาที่เป็นแก่นของความคิดในแต่ละงาน …เปรียบไปเหมือนเดินผ่านคนสวยไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็ลืมความสวยนั้น ..แต่ถ้าได้หยุดพุดคุยไปกับคนที่ไม่จำเป็นต้องสวยสำเร็จรูป แต่มีเสน่ห์และมีสมอง..คนๆนั้นจะทำให้คุณรู้สึกประทับใจไปอีกนาน เช่นเดียวกัน ที่เว็บของพี่ต้อมคือพื้นที่เล็กๆที่กำลังถูกหว่านเมล็ดผลงานดีๆที่ควรค่าแก่การสละเวลาไปเยี่ยมชมดอกผลของแรงบันดาลใจของคนๆหนึ่งไม่มีอะไรมากกว่าไปกว่ากล้องตัวเก่งที่ไม่นับความละเอียดเป็นหน่วยpixel กับสองขาสองตาที่พาให้คุณพบศิลปะและความคิดผ่านสมองและกระบอกเลนส์ไม่กี่ตัวของเขา..ผมจึงเลือกเปิดหน้าต่างจากแรงบันดาลใจบทแรกจากแสงที่แทนด้วยสีขาวในภาพถ่ายขาวดำที่จะทำให้เราค้นหาแรงบันดาลใจอื่นในบทต่อๆไป